สรุปสั้นใน 1 นาที: PPWR คืออะไร และผู้ผลิตไทยต้องทำอะไร
PPWR (Packaging and Packaging Waste Regulation) คือกฎหมายบรรจุภัณฑ์ของสหภาพยุโรป เลขที่ Regulation (EU) 2025/40 ซึ่งบังคับใช้โดยตรงใน 27 ประเทศสมาชิกตั้งแต่ 12 สิงหาคม 2026 ใช้กับบรรจุภัณฑ์ทุกชิ้นที่วางขายในตลาด EU ไม่ว่าจะผลิตที่ไหน รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทย
สำหรับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ไทย สิ่งที่ต้องทำทันทีคือ:
PPWR คืออะไร ต่างจากกฎหมายเดิมอย่างไร
PPWR ย่อมาจาก Packaging and Packaging Waste Regulation ชื่อเต็มคือ Regulation (EU) 2025/40 ว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาของ EU เมื่อ 22 มกราคม 2025 มีผลเป็นกฎหมายตั้งแต่ 11 กุมภาพันธ์ 2025 และเริ่มบังคับใช้ทั่วไปตั้งแต่ 12 สิงหาคม 2026
PPWR ใช้แทน Packaging Directive 94/62/EC ที่ใช้มากว่า 30 ปี ความต่างสำคัญคือ:
|
ประเด็น |
กฎหมายเดิม (Directive 94/62/EC) |
PPWR (Regulation 2025/40) |
|---|---|---|
|
รูปแบบกฎหมาย |
Directive: แต่ละประเทศออกกฎหมายลูกเอง กฎจึงต่างกัน 27 แบบ |
Regulation: ใช้บังคับตรงทุกประเทศ กฎเดียวกันทั้ง EU |
|
การรีไซเคิลได้ |
เป็นหลักการกว้าง ๆ |
มีเกรด A–E วัดผลได้ ต่ำกว่าเกรด C ห้ามขายตั้งแต่ปี 2030 |
|
สัดส่วนพลาสติกรีไซเคิล |
ไม่บังคับ (ยกเว้นขวด PET ตามกฎ SUP) |
บังคับขั้นต่ำ 10–35% ในปี 2030 และ 25–65% ในปี 2040 |
|
เอกสารพิสูจน์ |
ไม่มีแบบฟอร์มกลาง |
ต้องมี DoC (Annex VIII) และ Technical Documentation (Annex VII) |
|
สารต้องห้าม |
โลหะหนัก 4 ชนิด |
โลหะหนัก + PFAS ในบรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหาร + กลไกจำกัดสารที่น่ากังวล |
สรุปคือ PPWR เปลี่ยนเรื่องความยั่งยืนของบรรจุภัณฑ์จาก “คำโฆษณา” ให้เป็น “ข้อกำหนดที่ต้องพิสูจน์ด้วยเอกสาร” และคณะกรรมาธิการยุโรปได้ยืนยันแล้วว่าไม่เลื่อนวันบังคับใช้ 12 สิงหาคม 2026 ออกไป

